Copyright © witthayaphat Co.,Ltd.



เทคนิคหนึ่งเดียวในโลก
ปกป้องละเมิดสิทธิ์ถ่ายเอกสาร

เรื่อง : รัฐพร คำหอม

ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมี
กฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่มี
ผลบังคับใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2537
เพราะสถานการณ์การละเมิด
ลิขสิทธิ์ในอดีตมีเพิ่มขึ้น
อย่างรุนแรง หลายคน
โดยเฉพาะผู้ที่เป็น
เจ้าของผลงาน ที่ได้ใช้ความคิด ความสามารถ ผลิตงานออกมา
ต่างมีความหวังว่ากฎหมาย
ดังกล่าวจะช่วยทำให้การ
ละเมิดลิขสิทธิ์มีน้อยลง
เพราะกฎหมายได้ระบุสิ่งที่ให้ความ
คุ้มครองกว้างขวางเพิ่มเติมกว่า
กฎหมายฉบับ พ.ศ. 2521
และยังให้ผู้ที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์
สามารถดำเนินการฟ้องร้องได้
เปรียบเทียบระหว่างหน้าปกติ
กับเมื่อถ่ายเอกสารออกมา


แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ถึงกฎหมายจะใช้บังคับมาแล้วถึง 13 ปี หากปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ก็ไม่ลดน้อยหรือถอยหายลงไปด้วย อาจเป็นเพราะต้องใช้ความร่วมมือหลายฝ่าย ผู้ใช้ที่ต้องตระหนักว่าไม่ควรเลือกใช้ของละเมิดลิขสิทธิ์ การกวดจับ ความเอาจริงเอาจังในการดำเนินคดี ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก

เจ้าของหรือผู้เกี่ยวข้องในการดูแลผลงานที่ออกมาจึงเลือกที่จะปกป้องดูแลตัวเอง เช่น การส่งทีมออกไปตรวจจับ หรือไม่ก็ต้องคิดวิธีที่ต้องบอกให้ผู้กำลังลักลอบละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ได้รู้ว่า หากยังละเมิดอยู่ก็มีผลไปถึงการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้

บริษัท วิทยพัฒน์ ผู้ผลิตตำราเรียนในระดับอุดมศึกษาและหนังสือวิชาการ เริ่มต้นในธุรกิจนี้มาตั้งแต่ปี 2538 มีผลงานการตีพิมพ์ออกมาหลายร้อยเล่ม โดยแต่ละผลงานพิมพ์นั้นได้การยอมรับจากทั้งอาจารย์ผู้สอน และนิสิต นักศึกษา นำไปใช้เป็นตำราเรียน หรือแม้กระทั่งการนำไปศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองก็มีผู้สนใจจำนวนมาก ทำให้ยอดการขายหนังสือตำรา หนังสือวิชาการที่ตีพิมพ์ออกมา มียอดจำหน่ายที่น่าพอใจ

ขณะเดียวกันด้วยความนิยมในตำรับตำราที่พิมพ์โดยวิทยพัฒน์ เมื่อเป็นที่นิยมขึ้นมาทำให้เป็นช่องทางของผู้ที่จะหาผลประโยชน์ตรงนี้ โดยไม่คิดลงทุนด้านมันสมอง เพียงลงทุนซื้อเครื่องถ่ายเอกสาร สต๊อกกระดาษขนาดเอ 4 ตั้งเป็นรีมๆ กองสูงท่วมเพดาน รับจ้างถ่ายเอกสาร ก็สามารถทำมาหากินจากมันสมองของผู้อื่นได้แล้ว

สาธิต อุรุวงศ์วณิช ผู้ก่อตั้งบริษัท วิทยพัฒน์ และปัจจุบันยังเป็นผู้บริหาร ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เล่าให้ฟังถึงสถานการณ์การนำตำราที่ผลิตโดยบริษัทไปถ่ายเอกสาร ว่า การถ่ายเอกสารตำราเรียนมีวิวัฒนาการของตัวเองอยู่เป็นลำดับเช่นกัน ในยุค 20-30 ปีก่อน ตำราอาจจะหาซื้อเป็นเล่มยาก บางครั้งก็เป็นตำรามาจากต่างประเทศ ไม่ได้มีจำหน่ายในเมืองไทยมากนัก แต่การศึกษาก็จำเป็นต้องมีตำราเหล่านั้นมาประกอบความรู้ความเข้าใจในการเรียนการสอนมากขึ้น ก็จะมีการถ่ายเอกสารในบางบท เพื่อมาใช้กันในห้องเรียนระดับอุดมศึกษา
ตำราและหนังสือวิชาการของ
บริษัท วิทยพัฒน์ จำกัด
ต่อมาเมื่ออุตสาหกรรมการพิมพ์ในประเทศเติบโตขึ้น อาจารย์ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ร่วมกับสำนักพิมพ์ พิมพ์ตำราออกมามากมาย ตำราบางเล่มถูกใช้เป็นหนังสือประกอบการเรียนมายาวนาน จนมียอดการพิมพ์ต่อเนื่อง
“แต่ก็ยังมีบ้างที่ใช้การถ่ายเอกสารตำราของไทย ของนักวิชาการไทยด้วยกันเอง ไปใช้ในห้องเรียน ซึ่งก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ได้หนักหนาสาหัสนัก เพราะถือว่าเพื่อการศึกษา แต่สถานการณ์ที่น่ากลัวต่อเนื่องกันมาในช่วง 3-4 ปีนี้ คือ การถ่ายเอกสารทั้งเล่มโดยร้านผู้ให้บริการถ่ายเอกสารเอง ซึ่งก็มักจะเปิดกันอยู่หน้าสถาบันการศึกษา พวกร้านค้าเหล่านี้จะรู้ว่าในแต่ละปี นิสิต นักศึกษาต้องใช้ตำราใดในการเรียน ก็จะถ่ายเอกสารเข้าเล่มไว้เลย มีปกหน้าเสร็จสรรพ พอถึงเวลามีผู้มาซื้อ ก็หยิบจากชั้นเหมือนกับเป็นแผงขายหนังสือ”
แต่ก็ยังมีบ้างที่ใช้การถ่ายเอกสารตำราของไทย ของนักวิชาการไทยด้วยกันเอง ไปใช้ในห้องเรียน ซึ่งก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ได้หนักหนาสาหัสนัก เพราะถือว่าเพื่อการศึกษา แต่สถานการณ์ที่น่ากลัวต่อเนื่องกันมาในช่วง 3-4 ปีนี้ คือ การถ่ายเอกสารทั้งเล่มโดยร้านผู้ให้บริการถ่ายเอกสารเอง ซึ่งก็มักจะเปิดกันอยู่หน้าสถาบันการศึกษา พวกร้านค้าเหล่านี้จะรู้ว่าในแต่ละปี นิสิต นักศึกษา ต้องใช้ตำราใดในการเรียน ก็จะถ่ายเอกสารเข้าเล่มไว้เลย มีปกหน้าเสร็จสรรพ พอถึงเวลามีผู้มาซื้อ ก็หยิบจากชั้นเหมือนกับเป็นแผงขายหนังสือ”

การตั้งตัวทำมาหากินโดยไม่สนใจว่าทั้งอาจารย์ผู้เขียนตำราและผู้ผลิตตำราจะได้รับผลกระทบนี่เอง จึงทำให้ บริษัท วิทยพัฒน์ ต้องให้ความสำคัญในการคิดเทคนิคระบบป้องกันการถ่ายเอกสารหรือสำเนาเอกสารขึ้นมา บริษัทใช้เวลาคิดค้นหาเทคนิคอยู่ 3 ปี และขณะนี้เทคนิคนี้ได้ถูกนำมาใช้กับการพิมพ์ตำราบางส่วนของบริษัทในปี 2550 แล้ว และเทคนิคดังกล่าวถือเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่นำมาใช้

อย่างไรก็ตาม ความเป็นหนึ่งเดียวนี้ สาธิต บอกว่า ไม่ได้เป็นสิ่งที่แปลกหรือแตกต่าง หรือบริษัทมีบุคลากรที่เก่งกว่าหลายประเทศทั่วโลก แต่เป็นเพราะประเทศอื่นเขาไม่เป็นกัน เขาไม่ละเมิดลิขสิทธิ์การถ่ายเอกสารตำราเรียนกันจนเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ให้อย่างมากมายเหมือนในประเทศไทย จนทำให้ต้องมาคิดหาวิธีป้องกันการถ่ายสำเนาเอกสาร

ตำราป้องกันการถ่ายเอกสารนี้ ถือเป็นเทคโนโลยีการพิมพ์ล่าสุดที่คิดค้นโดยทีมงานวิทยพัฒน์ โดยตำราที่ถูกจัดพิมพ์ด้วยระบบป้องกันการถ่ายเอกสารนี้ เมื่อถูกนำไปถ่ายเอกสารจะทำให้เอกสารที่ได้จากการถ่ายด้วยเครื่องถ่ายเอกสารมีข้อความแจ้งเตือน “การถ่ายสำเนาเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์“ ปรากฏในตัวสำเนา ซึ่งเป็นทั้งการแจ้งเตือนและจะไปรบกวนการอ่าน โดยข้อความแจ้งเตือนนี้ไม่สามารถลบทิ้งไปได้

โดยถ้าซื้อตำราไปจะเห็นว่าบางหน้าจะมีสีฟ้า ส่วนที่เป็นสีฟ้านี่เอง เมื่อหากมีการนำไปถ่ายเอกสารก็จะปรากฏข้อความเตือนขึ้นมาว่า “การถ่ายสำเนาเล่มนี้มีความผิดทางอาญา” ซึ่งในการใช้ตำราที่เป็นการพิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่มถูกต้อง ข้อความเหล่านี้แทบจะมองไม่เห็นเลย แต่เมื่อใดที่ถูกนำไปถ่ายเอกสารก็จะปรากฏข้อความออกมาทันที

“วิทยพัฒน์ไม่ได้คิดที่จะเปิดศึกกับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพรับถ่ายเอกสาร ที่เอาตำราไปถ่ายทั้งเล่มแล้วเตรียมขาย แต่จุดประสงค์ที่คิดเทคนิคการพิมพ์นี้ขึ้นมา ประการแรก เพื่อให้อาจารย์ นักวิชาการ ที่วางใจมาพิมพ์ตำราร่วมกับวิทยพัฒน์ เห็นความตั้งใจที่บริษัททำงานร่วมด้วยหาวิธีที่จะป้องกัน เพราะไม่เช่นนั้นนักวิชาการก็เกิดความท้อถอย กว่าจะเขียนตำราออกมาได้สักเล่มหนึ่ง ต้องใช้เวลา ใช้ความรู้ ต้องใช้การค้นคว้า แต่กลับถูกนำไปถ่ายเอกสารขายง่ายๆ เสียอย่างนั้น ใครจะมีกำลังใจ นี่คือเรื่องสำคัญจนเป็นเหตุให้คิดเทคนิคขึ้นมา”

สาธิตย้ำว่า เขาคงไม่ถึงขั้นที่จะต้องไปไล่ตามจับผู้ที่ยังคงละเมิด เพราะคงเป็นเรื่องใหญ่ ต้องใช้ทั้งความร่วมมือและเวลา แต่สิ่งที่บริษัททำ หวังจะได้เห็นการกระตุ้นสำนึก อย่างน้อยที่สุดก็ในผู้ที่จะนำไปใช้ เมื่อเห็นข้อความที่รบกวนสายตาคงไม่ต้องการใช้งาน และนำไปสู่การตระหนักในลิขสิทธิ์ของผู้อื่นมากขึ้น เพราะจะว่าไปแล้วกฎหมายก็คือกฎหมาย เป็นเครื่องมือที่ดีในการให้ความยุติธรรมกับคนในสังคม แต่ในที่สุดแล้วสามัญสำนึกต่างหากที่ควรรณรงค์ ถ้าสามัญสำนึกดีแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายใดมาควบคุม
ตำราที่เริ่มใช้เทคนิคใหม่พิมพ์
“นิสิต นักศึกษา เป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไปในอนาคต ถ้าเขาตระหนักว่าสิ่งที่เขาทำเป็นส่วนหนึ่งของการทำความผิด ต่อไปในการทำงานของเขา ก็เชื่อว่าจะช่วยสร้างจิตสำนึกและศีลธรรมในการใช้ชีวิตได้มากขึ้น”
สาธิตยังบอกด้วยว่า ตำราของบริษัทไม่ได้มีราคาที่แพงเลย เมื่อเทียบกับการไปซื้อที่ถ่ายเอกสารไว้ และถ้าเปรียบเทียบให้ดี ตำราที่มาจากการถ่ายเอกสารกลับแพงกว่าเสียอีก เรื่องนี้อาจเป็นการรับรู้ ช่องทางในการเข้าถึงตำราที่แท้จริงยังมีอยู่น้อยเกินไป แต่บริษัทก็ได้ขยายช่องทางการจำหน่าย รวมถึงให้ความร่วมมือกับอาจารย์ในการที่จะซื้อตำราในระบบผ่อนจ่ายได้ เพราะบางครั้งอาจารย์ต้องออกเงินแทนนักศึกษาก่อน แล้วยิ่งรวมกันซื้อเป็นจำนวนมาก ราคาต่อหน่วยก็ยิ่งลดลง

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วยังจะเลือกใช้สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์อีก ก็คงไม่รู้จะบอกว่าอย่างไร

โพสต์ทูเดย์
Section: Magazine
15 สิงหาคม 2550

ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
  • “วิทยพัฒน์” ปรับใหญ่รอบ 12 ปี รับตลาดอุดมศึกษาบูมหวังโต 20%
  • เทคนิคหนึ่งเดียวในโลก ปกป้องละเมิดสิทธ์ิถ่ายเอกสาร
  • ละเมิดลิขสิทธิ์ ปัญหาที่(ยัง)แก้ไม่ตก
  • A publisher fights back
  • Bad Image
  • ลุยตลาดตำราเรียนต่างจังหวัด "วิทยพัฒน์"เอาใจแม่พิมพ์ชาติ
  • วิทยพัฒน์ เปิดวิสัยทัศน์รับบุคลากร เน้นความก้าวหน้าในวิชาชีพ
  • คิดวิธีป้องกันทำสำเนาตำรา แก้ปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์
  • วิทยพัฒน์ รุกตลาดตำราเรียนต่างจังหวัด
  • วิทยพัฒน์ ล่องใต้ มหกรรมนักอ่าน 50 ปี
    ราชภัฎนครศรีธรรมราชเทิดไท้ 80พรรษามหาราชา


  • ติดต่อเรา